Sakuraドロップス (ฉันกับอูทาดะ)

posted on 25 Nov 2010 00:57 by aguileraanimato  in LIFE, MUSIC

วันนี้เรามีความสุขมากๆที่จะได้บอกพูดถึงเพลงโปรดตลอดกาลลำดับที่
2 จากเธอ นั้นคือเพลง Sakuraドロップスเราจำได้ว่าในช่วงเวลา ม. 3 ขณะที่เรา

สาววุ้นเส้นในชามก๊วยเตี๋ยวต้มยำที่ร้านก๊วยเตี๋ยวโรงเรียนฝั่งตรงข้ามป้ายรถเมล์
ช่องโทรทัศน์ดนตรีแนแนลวีไทยแลนด์ก็เปิดมิวสิควิดีโอประกอบเป็นพื้นหลังทาง

สภาพแวดล้อมกระจายเสียงอยู่เรื่อยร่ำ แต่ทันใดนั้นเสียงขิม
หรือบางสิ่งที่คล้ายขิม อันน่าจะเป็นขิมสังเคราะห์ หรือขิมไฟฟ้าก็ดังมาจาก                ลำโพงของทีวี พร้อมกับเสียงเห่กาพย์ที่ฟังราวกับไม่ใช่ภาษาไทย
แต่เต็มไปด้วยมาตราตัวสะกดแม่กอกา อะ - อา - อิ - อี



สตรีใบหน้าอูมทูม ปัดขนตาตวัดฉ้อยแต่น้อยกลีบราวตาหงส์
จ้องมองมาด้วยใบหน้าที่เต็มสัดส่วนจอโทรทัศน์ 16:9 เธอยืนอยู่กลางป่าหิมพานต์

หลากสีสัน
ที่ปรุงแต่งจนราวกับโลกพิศวงยามเมื่อสายรุ้งรินรดจรดฉาดฉานไปทั่วทั้งอาณา
มันเป็นภาพที่สะกดเราจนตะลึงตะลาน
แม้กากหมูในชามก็ไม่อาจเรียกความสนใจเรากลับไปจ้วงกินภายในร้านก๊วยเตี๊ยวนั้น
ราวกับมนต์เพลงและภาพเหนือฝันสะกดล้อมให้ตกในภวังค์
บรรดาสัตว์และพืชรูปร่างประหลาดตา ตัดต่อผสมผสานทั้ง
หัวนกที่ผลิบานจากตาไม้ แมงมุมที่มีดวงตาอยู่กลางก้นปล่อง
ปลาที่ว่ายเวียนโดยเหลือเพียงก้าง
นกยักษ์ที่ปกคลุมร่างตนด้วยพันธุ์พืชสีเขียวจนเหมือนพุ่มไม้เดินได้
ดอกไม้กังหันที่ไหววนไปกับสายลม
ผีเสื้อที่นอนหนุ่นดินระแหงแผ่ลายปีกของมันราวกับปลาที่เคลื่อนกายมานอน

แช่อากาศบนบก


เธอผู้นั้นยืนหน้าบาน ร้องเพลงผ่านริมฝาปากชุมกลอสสีพลัมสุก
มีหางนกยูงที่แกว่งเฉวียนคอยลับเล่ห์แลพรางตา
มีเสียงหอบหายใจของสัตว์ป่าลอบพรายอยู่เป็นพื้นหลัง มันอาจจะเป็นเหมือน

ภาพลวงของนางอัปสร
แต่ในขณะนั้นไม่อาจจะเป็นเพียงแค่โสตประสาทที่สายตาแจ่มจ้ารับ

แต่หูก็ยังเสนาะกรรณถึงความงามทางดนตรี
หากว่านั้นคือเสียงขิม
ปลายที่ตีกระทบเส้นสายของมันก็คงเป็นกลีบดอกไม้ที่ตกกระทบกับผิวน้ำ
ด้วยเสียงใสกิ๊ง
และหวิวเบาของมันไม่น่าจะเป็นเครื่องดนตรีที่ผลิตขึ้นบนโลกนี้ด้วยซ้ำไป

แม่นางคนโทนั้นยังคงร้องเพลงอยู่กลางป่าหิมพานต์ของเธอ ในอาภรณ์ที่ราวกับ

จำลองเอามังสาและขนกายของนก
กระสามาห่อหุ้ม และเหล่าคนธรรพ์ก็เริงรื่นไปกับโกโตะ ชามิเซน ตามแต่

ที่พวกเค้าจะเลือกถือ
และในช่วงท้ายเธอก็ขับขานลำนำสวรรค์ของเธอกลางอ้อมกอดของกระเรียนยักษ์
จนสร้อยสุดท้ายของเนื้อเพลงปลิวฟุ้งไปในเสียงประสาน ยามเมื่อนกกระเรียนบินขึ้น

สู่ท้องนภา
เธอก็รู้ตัวว่านั้นคือโมงยามแห่งการโหยเหินขึ้นเหนือโลกหล้า
เธอทะยานไปเหมือนนกตะกรุมยักษ์กลางกลีบซากุระที่พัดโพรย
และโรยรายแม้กลีบดอกไม้จะปลิวปะทะใบหน้า แต่เธอก็ยังคงไม่หวั่นเมื่อมาสคาร่ากันน้ำ
กันลมช่วยปกป้องเฉดพรรณพันธุ์ ให้เธอเอื้อนอาขยานในแบบบทสวดมนต์ทิ้งท้าย

ไปจนรอบแล้วรอบเล่า
และในขณะเดียวกันการปลดปล่อยนั้นก็เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดิน
เหล่าสัตว์ทั้งหลายออกเดินทาง ลมเปลี่ยนทิศทาง
การอพยพครั้งใหม่เพื่อถิ่นฐานกำจายขึ้น

ฉันอาจจะไม่ใช่กลีบดอกซากุระ
แต่เป็นเพียงกลีบพญาเสือโคร่งในคณะสถาปัตย์ ลาดกระบังฯ
ที่ปลิววนอยู่กับลมหนาวแห่งการเติบโต และอำลาในสัปดาห์แห่งการรับปริญญา
ฉันรู้ว่าวันนึงฉันจะปลิวไปเติบโตในที่แห่งนึงแห่งใดที่อุดมสมบูรณ์
และเจริญงอกงามยังภาคภูมิใจ



Sakuraドロップス
จบลงแล้ว ฉันจดจำชื่อของนักร้องไว้
และคิดว่าต่อไปจะต้องติดตามหาผลงานของเธอมาฟัง
ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เคยสนใจศิลปินญี่ปุ่นเลยก็ตาม
แต่ฉันเชื่อว่าเพลงของเธอจะเชื้อเชิญฉันไปยังโลกที่เราไม่ต้องแบ่งแยกความเข้าใจ

ทางหลักตรรกะภาษาอะไรได้




ฉันเดินออกมาอย่างมีความสุข
และลืมจ่ายเงินค่าก๊วยเตี๋ยวอย่างมีความสุขฉันหวังว่าทุกคนจะร้องเพลงนี้ด้วยกัน

 
เพราะฉันแกะเนื้อเพลงด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่ความถูกต้องตามการออกเสียง
ให้เหมือนต้นฉบับ เจ้าของภาษา แต่ฉันเชื่อว่าคุณสามารถแนบเนียนได้ใกล้เคียงเลยทีเดียว
 
*ตัวเอียงทั้งหลายคือท่อนอิมโพรไวซ์ที่แทรกประสานอยู่ระหว่างเนื้อร้อง อย่าลืมแบ่งกับเพื่อนล่ะ
ว่าใครจะร้องนำ ใครจะอิมโพรไวซ์อยู่ข้างหลัง
 

 

 
โควิโว้ชึเต้ โอวาวิโวซึเก ชิกาวู้วว โกโตวา คาระกาซาอี้โกราฮาร์ทเบรค

ซากูราซาเอ กัซเซ่โนมากาเต ยูราเต ยากาเต ฮาโรวาซากา เซอี้

(แต๋ว แต้ว แต๊ว แต๊ว แต้ว แต่ว แตว แต๋ว แต้ว แต๊ว แต้ว แต๋ว แต่ว ~ ขิม โซโล่ อินสระทูรวเมลทั่ลว์)



ฟูริต่าชิตา นาซึโนอ่าเมกานาเม ดังโนโยโกโงโตโงตา ซุตโตวววว

โอโมอิตาโต ดาบูรุเออิโซ อาคิโนโดรามา ซาอิโออิโซ



โตซิเต โอนาชิยงมา พันชี่ นาอูโดโม คุราชาอูดา โซเรเตเดโมมาต้า
(~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~)

ตาต้ากาอุนดาโร โซเรกาอิโนชิโมอุฉิกี้
(~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~)



โควิโว้ชึเต้ ซึเตเต่ซ่าสาเก เนกาวู้วว โกโตวา คาระกาซาอี้โกราฮาร์ทเบรค

ซากูราซาเอ โตคิโนมากาเต ยูเรเต ยากาเต ฮาโรวาซากา เซอี้.....

(แต๋ว แต้ว แต๊ว แต๊ว แต้ว แต่ว แตว แต๋ว แต้ว แต๊ว แต้ว แต๋ว แต่ว ~ ขิม โซโล่ อินสระทูรวเมลทั่ลว์)

------

คุริกาอาซึ คิเซ็กซี่โง นากาเตกู ซึกาซึกีเยเกเตกู ม๊อตโตววววว

คาตังโง ชิการานัยเต คาโกวาโนโกกานิ ชิมาเตโอเค โคโคฟุคาร่าโซโว
(~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~)

โตกึนาอินาโด นิตาโกโตโมนางิกัสชิกี
(~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~) (~แฮ่กกก~)



โคโมรานาอี้ มูเนโนอิทามี โกเรเต้ โวโว้โต คิมิอี้ ชิกาซูคิต้าอี้

ฮีโตมาวาริ ชิเตโวโมโดริ อาโววี้ โซราโว ซุโวโต คึซากูอี้

โควิโว้ชึเต้ โอวาวิโวซึเก ชิกาวู้วว โกโตวา คาระกาซาอี้โชมากู๊ดเดย์

ซากูรามาเอ กัซเซ่โนมากาเต ยูเรเต โซโวโต่ คิมินีเตโวโนบาซุโย

โฮ้วววโว้ววววว
โฮ้วววโว้ววววหือออออึ๊อื้อออออออโฮ้วววววว๊อววววว
โอ๊ะ โอ๋ะ โอ๋โอ๊วววลอลัลล้า ลา ลาลัลลา ลาลัลล้าาาาลา

ลาโฮ้ววววโอ็ววว โอ โอ๋วววโฮ้วววโอ๊ะ โอ่

หื๊ออ อะ อะ อะ อ้า อ๊า อ๊า อ๊า อาาาาา
หื๊ออ อะ อะ อะ อ้า อ๊า อ๊า อ๊า อาาาาาลาาา
ลาลัลลา ลาลัลลา
อะ อะ อะ อ้า อ๊า อ๊า อ๊า อาาาาา

ซึกิเด ซึกิ เด โดชิโย โมนา
ห๊าห๊าาาาาาห๊าาาาาห๊าาาาห๋าหาาา

โซเรโค โคเร โควา คาเคอินาอิ
ห๊าห๊าาาาาาห๊าาาาาห๊าาาาห๋าหาาา

ซึกิเด ซึกิ เด โดชิโย โมนา
ห๊าาาาาาห๊าาาาาาห๊าาาาาาโอ้วโว้วววว๊า

โซเรโค โคเร โควา คาเคอินาอิ
ห๊าห๊าาาาาาห๊าาาาาห๊าาาา

ซึกิเด ซึกิ เด โดชิโย โมนา
โอ้วววโว๊ววววววโวววววโว้้โวววว

โซเรโค โคเร โควา คาเคอินาอิ
โอ้วววโว๊ววววววโวววววโว้้วาววว

ซึกิเด ซึกิ เด โดชิโย โมนา
โอ้วววโว๊ววววววโวววววโว้วาววว

โซเรโค โคเร โควา คาเคอินาอิ
ห๊าห๊าาาาาาห๊าาาาาห๊าาาา

ซึกิเด ซึกิ เด โดชิโย โมนา
โอ้วววโว๊ววววววโววววว

โซเรโค โคเร โควา คาเคอินาอิ
โอ้วววโว๊ววววววโวววววตัดตะด้า

ซึกิเด ซึกิ เด โดชิโย โมนา
ห๊าห๊าาาาาาห๊าาาาาห๊าาาา

โซเรโค โคเร โควา คาเคอินาอิ
ห๊าห๊าาาาาาห๊าาาาาห๊าาาา

(เฟดเอ้าท์)

ซึกิเด ซึกิ เด โดชิโย โมนา
ห๊าห๊าาาาาาห๊าาาาาห๊าาาา

โซเรโค โคเร โควา คาเคอินาอิ
ห๊าห๊าาาาาาห๊าาาาาห๊าาาา

วรดา

posted on 19 Oct 2010 19:22 by aguileraanimato  in LIFE
        เช่นเคยกับการรับประทานอาหารที่บ้านเมื่อยามล่วงเลยจากเพลาปกติ แม่จะเก็บอารหารที่เหลือไว้ในตู้เย็น และเราก็แค่เอาไปอุ่นในไมโครเวฟ

เราหยิบปีกไก่น้ำแดงใส่เข้าไปในตู้ ปิดฝา แล้วตั้งเวลา และระดับความร้อน จากนั้นก็นั่งรอเวลาให้เสียงกิ๊งดังขึ้น

 

กิ๊งค์~

 

         เราเปิดฝาตู้ออกและก็ต้องพบกับเรื่องจุกอก เมื่อในนั้นนอกจากปีกไก่น้ำแดงในจานสีชมพูแล้ว ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกอย่างนอนไม่ไหวติงอยู่ริมผนังตู้

มันคือจิ้งจก

 

         เราตกใจมากๆ ไม่ใช่เพราะมันจะไต่ลงไปในอาหาร

แต่เพราะเรากลัวมันตาย เราเอานิ้วไปจิ้มมันอย่างเรียวเบา ด้วยกลัวว่าพุงมันจะแตกทะลักเครื่องในกระจายใส่

มันไม่ขยับ

 

          เรารู้แน่แล้วว่ามันตายเรียบร้อยแล้ว

           เจ้าจิ้งจกขดตัวเหมือนหวาดกลัวรังสีและความร้อน มันพยายามจะห่อหุ้มร่างด้วยร่างของมันเองเข้าด้วยกัน เสมือนอยากหลบหายไปจากกรงแห่งรังสีฉาน

หากเราไม่ตาฝาดไป ลำตัวของมันเริ่มมีสีน้ำตาลแดงแกม เหมือนลงบลัชชอนของnars ระเรื่อ....

 

           เราหยิบกระดาษทิชชู่มาคลุมมันไว้ด้วยท่วงท่ากระเดียดนิ้ว ไม่อยากจะนึกว่าร่างส่วนล่างของมันที่แผ่ทาบกับพื้นเตาอบจะหลอนหลอมเป็นซาก ของเหลวติดหนึบรึเปล่า แต่ก็ไม่... มันยังไม่ได้แหลกเหลวไปอย่างใด

 

           ความรู้สึกที่จับมันออกไปทิ้ง คือความรู้สึกกลัว

          หากชายคาบ้านเรือนทั้งหลายคือท้องที่อันพร้อมจะก่อเหตุมรณะกรรมของจิ้งจก สาเหตุส่วนใหญ่ที่จะจดเข้าบันทึกประจำวันก็คือ ถูกบานเกล็ดหนีบตาย

แต่เราคิดว่าการตายแบบนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับการถูกขังทั้งเป็นแล้วค่อยๆตายเช่นนี้

มันคงไม่รู้ตัวว่า ในขณะที่มันออกไม่ได้ มีความร้อนจากอะไรไม่รู้ก่อตัวขึ้น และมันอาจจะเริ่มรู้สึกปวดหัวจากคลื่นไมโครเวฟ อวัยวะภายในมันเริ่มรวนและทำงานผิดปกติ มันอาจจะรู้สึกถึงความร้อนคุกคาม ที่รั่วไหล รั่วไหลโดยที่มองไม่เห็นว่ามาจากที่ใด มันรู้เพียงแต่ประตูทางเข้าที่เคยเข้ามานั้น บัดนี้ปิดลงเสียแล้ว และมันทำได้แค่พยายามขดตัวเพื่อหลบหนีจากคลื่นมรณะที่มองไม่เ้ห็น ก่อนจะขาดใจตาย

 

เพียงคิดเท่านี้เราก็รู้สึกขนลุก และเศร้า เรารู้สึกว่ามันก่อตัวเป็นผลกรรมทางใจอย่างรวดเร็ว โดยดุษฎีเรายอมรับว่าเราหวาดกลัวและเสียใจกับเสี้ยวจินตนาการของจิ้งจกก่อน ตาย

วันนึงเราคงรับกรรมนี้ เราคงถูกกักขังในห้องปิดตาย ได้แต่นั่งซึมอยู่เฉยๆ ไม่มีวันได้ออกไปไหน ไม่มีทางได้สัมผัสกับโลกภายนอก และทุกครั้งที่เราจมอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบ คลื่นมรณะก็จะถูกปล่อยมาทีละนิดช้าๆ คลื่นความร้อน คลื่นแม่เหล็ก รังสีต่างๆค่อยๆเข้ามาแปรเปลี่ยนระบบการทำงานของอวัยวะเรา และเราก็เริ่มตายลงช้าๆโดยไม่รู้ตัว อย่างเงียบเหงา เดียวดาย

 

 

เรา รู้ว่าต่อให้ทำบุญไป ก็เป็นเพียงพิธีกรรมทางใจ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่อาจถูกแทนที่จากกุศลการกรวดน้ำได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็คงดีถ้าเรามีจิตที่สำนึกได้ มันคงผ่อนหนักเป็นเบา เมื่อวันนึงมาถึง ในภพภูมิใหม่ของจิ้งจกมันจะตามหาเรา และขังเราไว้ให้ตายอย่างเงียบเชียบและเดียวดาย

         กระทู้ฉายหนังโหดเรียนเชิญสมาชิกทุกท่าน เปลี่ยนบรรยากาศเสพหนังโหดจากฝั่งตะวันตก แล้วหันมาเลียบเคียงรสชาติโหด เผ็ด ดุ จากหมู่เกาะอินโดนีเซีย ที่รับประกันว่ากระฉูดไม่แพ้ต้นตำรับแน่นอน

          อันว่าหนังอินโดนีเซียนั้น จะหาชมทั่วไปก็ยากและไม่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว ยิ่งเป็นหนังสยองแล้วยิ่งหาชมยากพอๆกับงมเข็มในมหาสมุทร....  จนกระทั่งการมาถึงของ Rumah Dara ที่ทำให้หนังสยองจากอินโดเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่คอหนังโหด ด้วยกิตติศัพท์ความดุที่แพร่สะพัดข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรอินเดียไปหวีดอาละวาดถึงอเมริกา และยุโรป ตามเทศกาลต่างๆมาแล้ว

 

 

Rumah Dara หรือชื่ออินเตอร์ว่า Macabre เล่าเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นดวงซวยที่เผลอแวะเข้าไปพักในบ้านของหญิงสาวสูงวัยที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์นามว่า ดารา ... ทั้งหมดไม่รู้ตัวเลยว่าดาราและลูกๆของเธอมีความลับน่าสะพรึงกลัวรอต้อนรับผู้มาเยือนอยู่อย่างหฤโหดเกินกว่าจะคาดคิด เพราะเธอและลูกๆเป็นพวก....

    ... ถึงแม้ว่าตัวหนังจะถูกสบประมาทขั้นต้นว่าเหมือนกับเหล้าเก่าในขวดใหม่ เปลี่ยนจากฝรั่งผมบลอนด์ เป็นเอเชียผิวคล้ำผมดำหนีจากตัวร้ายประสาทจิตแบบ Texas Chainsaw Massacre, Hostel แต่ผลลัพธ์ทางความสนุกตื่นเต้นก็ยังทำได้ไม่เป็นรอง ซึ่งจริงๆแล้วตัวหนังเรื่องนี้เองก็ก่อร่างสร้างตัวมาจากตัวภาพยนตร์สั้นที่ชื่อ Dara มาก่อน (อารมณ์เดียวกับ Evil Dead ของแซม ไรมี่ ที่พัฒนามาจากหนังสั้นของตัวเอง) ซึ่งตัวหนังสั้น Dara ก็ได้รับคำชมมากมายจากงานเทศกาลต่างๆ ทำให้ผกก. Mo Brothers (อันประกอบด้วย Kimo Stamboel, Timo Tjahjanto) ตัดสินใจขยายผลออกมาเป็นหนังยาวเรื่องที่ว่า และเรียกเสียงเกรียวกราวมาแล้วทั่วเอเชีย โดยเฉพาะมาเลเซียที่หนังถูกแบนไปอย่างน่าสงสารT^T

พิสูจน์ความโหดด้วยตาคุณเองที่

http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=728

http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=732

http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=734

ทั้งหมดสามตอนจบครับ

 

นอกจากนั้นแล้วเรายังมีหนังเรื่องอื่นรองรับความต้องการด้านมืดของสมาชิกท่านอื่นๆ

 


Simon Says

สำหรับคนที่ชื่นชอบหนังสยองแบบเปี่ยมด้วยค่ายกล กับดักสังหารอย่าง The Collector, Saw เรื่องนี้คุณจะได้เพลินเพลินกับสองแฝดโรคจิตที่ออกล่าเหยื่อด้วยการซุ่มวางกับดักสารพัดเล่ห์อย่างชนิดที่ลุ้นกันจนนั่งไม่ติดเสื่อเลยทีเดียว

http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=720

http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=725

 

 

Freddy's Dead: The Final Nightmare

ปะหน้าไว้ว่าเป็นภาคสุดท้าย สำหรับมหกรรมนักล่าฝัน “เฟรดดี้ ครูเกอร์” ซึ่งในภาคนี้เฟรดดี้ก็ยังคงออกอาละวาดไล่สังหารเยาวชนกันต่อไปไม่ลดละ ความพิเศษของหนังภาค 6 ตอนนี้ก็คือ มันเป็นหนังสามมิติตอนแรก และตอนเดียวของตระกูลnightmare สำหรับเนื้อเรื่องก็ต่อเนื่องจากภาคที่แล้ว หลังจากอลิซและลูกชายของเธอ รอดตายจากปฏิบัติการณ์ inception ของเฟรดดี้ เธอและลูกจึงย้ายไปอยู่อีกเมืองนึงที่มีบาเรียพิเศษคอยป้องกันไม่ให้เฟรดดี้เข้ามาใกล้... แต่ทว่าเฟรดดี้ก็ใช้วิธีพยายามเล็ดลอดตัวเองผ่านตัวกลางที่เป็นเด็กหนุ่มชื่อ John Doe เพื่อจะล่อเด็กคนอื่นออกนอกเมืองไปเพื่อสังหารโหด.... คงต้องมาติดตามว่าสุดท้ายแล้วเจ้าปีศาจร้ายตัวนี้จะตายจริงๆรึไม่... และขอบอกว่าภาคนี้จะมีการเผยความลับบางประการให้เซอร์ไพร์สกันอีกด้วย

http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=730

http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=733

หมายเหตุก่อนทำ: Quiz นี้ไม่เคยผ่านการทดลองกับสัตว์ ไม่มีเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
เพียงแต่ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากสถาบันทรงคุณวุฒิทั้งหลายบนโลกนี้ ความคลาดเคลื่อนจึงมีโอกาสสูงเท่ากับศาลเพียงตา

01. วิชาใดต่อไปนี้ ที่คุณอยากเรียนมากที่สุด
     A. ศิลปะ และงานประดิษฐ์
     B. คณิตศาสตร์ - ฟิสิกข์
     C. สังคม
     D. แนะแนว จิตวิทยา
     E. สุขศึกษา - พละ
     F. วิทยาศาสตร์
 
02. งานอดิเรกแบบไหนที่คุณชอบมากที่สุด
      A. ถักไหมพรม เย็บปักถักร้อย
      B. สะสมของ เช่น แสตมป์
      C. ถ่ายหนังสั้น
      D. ออกกำลังกาย โยคะ
      E. ดูหนังโป๊
      F. อ่านหนังสือที่มีสาระ-ประโยชน์

03. รายการโทรทัศน์ไหนที่คุณชอบดู
     A. เกมส์โซน
     B. เกมส์ซ่าท้ากึ๋น
     C. เรื่องจริงผ่านจอ
     D. The Apprentices
     E. เทปบันทึกภาพ ประกวดสาว Maxim
     F. Mega Clever
 
04. ถ้ามีคนมาด่าคุณอย่างเสียหายๆ ประจานคุณกลางสาธารณะ คุณจะจัดการกับคนนั้นยังไง
      A. จับตัดลิ้น
      B. แอบไปตัดสายเบรครถมัน แล้วเอาตะปูติดสปริง 20 ตัวไปฝังใต้เบาะคนขับ
      C. ยิงแม่ง
      D. โกรธ แต่ไม่ทำอะไร ไม่อยากลดตัวไปยุ่งให้ชาวบ้านครหา
      E. จับขึงพืด แล้วเล่นหมาเนย
      F. ซ้อมจนกระอักเลือก
 
05. คำใดต่อไปนี้ที่ใกล้เคียงกับตัวตนคุณมากสุด
      A. ลึกลับ
      B. มีไหวพริบ
      C. อยากรู้อยากเห็น
      D. หลงตัวเอง
      E. เพี้ยน
      F. ชอบเรียนรู้

06. บุคคลใดต่อไปนี้ที่คุณชอบมากสุด
      A. ชัคกี้ย์
      B. บิลว์ เกท
      C. มิคาเอล ฮาเนเก้
      D. คุณดารารุ่ง
      E. มิยาบิ
      F. ฮิตเลอร์
 
07. ถ้าคุณแอบชอบคนๆนึงมาก แต่คนรอบข้างคุณไม่ชอบคนๆนี้เลย ถึงขั้นต่อต้านใครก็ตามที่เป็นเพื่อนคนนี้ๆ คุณจะทำยังไง
      A. เก็บความรู้สึกไว้ในใจ แต่ก็พยายามส่งสัญญาณให้เค้ารู้
      B. หาทางทำความรู้จักเค้าอย่างหลบๆซ่อน ตอนที่ทุกคนไม่อยู่
      C. ไม่สน คนมันรัก ใครจะว่าไงก็ช่าง
      D. ได้แต่เก็บซ่อนความต้องการไว้ภายใน แล้วพยายามบอกตัวเองให้ลืมๆเค้า
      E. สะกดรอยไปหาเค้าที่บ้าน
      F. หาเพื่อนรู้ใจที่พอไว้ใจได้ คอยช่วยสานสัมพันธ์

ต่อไปจะเฉลยแล้วนะ ตื่นเต้นไหม.... ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก....

ถ้าคุณเลือกข้อ A มากสุด
คุณเหมาะกับหนังเรื่อง Dead Silence
http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=652
คุณรักงานบ้านงานเรือน รักของทำมือ แต่อีกด้านของคุณก็มีความลับดำมืด อดีตอันเลวร้าย คุณหวาดกลัวที่จะสืบหาความจริง แต่คุณก็จำเป็นต้องทำ เหมือน เจมมี่ ตัวละครในเรื่องนี้ ทันทีที่เค้าได้รับพัสดุลึกลับที่ส่งมาจากบ้านเกิด ชีวิตของเค้าก็ถูกพันธนาการด้วยเรื่องสยองขวัญที่เกี่ยวข้องกับตำนานลึกลับ ในบ้านเกิด จะเป็นอะไร ต้องไปดู...... (อรี๊ดดดดด....ฉัวะๆ ฉับ ฉับ)



ถ้าคุณเลือกข้อ B มากสุด
คุณเหมาะกับหนังเรื่อง The Collector
http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=655
คุณเป็นคนฉลาด มีไหวพริบ เชี่ยวชาญเรื่องกลไก งานช่าง คุณเหมาะกับหนังสยองขวัญที่เต็มไปด้วยเกมส์ชิงไหวชิงพริบ เช่น The Collector เรื่องของตีนแมว ที่ย่องเข้าบ้านเศรษฐีเพื่อหวังขโมยของ แต่เผอิญบ้านหลังนี้ดันถูกฆาตกรโรคจิตเข้าไปวางกับดักไล่สังหารคนในบ้าน บร๊ะแล้ว!!! ตีนแมวดวงซวย เลยกลายเป็นฮีโร่ต้องช่วยคนในบ้าน ให้รอดพ้นจากเงื้อมือของฆาตกรค่ายกลดอกท้อนี้


ถ้าคุณเลือกข้อ C มากสุด
คุณเหมาะกับหนังเรื่อง Man Bites Dog
http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=688
คุณช่างอยากรู้ อยากเห็น และตื่นเต้นที่จะได้รู้จักผู้คน โดยเฉพาะการได้ติดตามชีวิตของผู้ยิ่งใหญ่อย่างฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง Ben ไม่ได้ฆ่าคนเพราะเหตุผลใดมากไปกว่าความรู้สึกสนุก ตื่นเต้น เหมือนกิจกรรมยามว่าง Man Bites Dog คือหนังขาวดำที่ถ่ายทำเหมือนสารคดี ติดตามชีวิตประจำวันของฆาตกรโรคจิต ตั้งแต่การกินอยู่ ไปจนถึงเดินฆ่าคนหน้าตาเฉย หนังตั้งคำถามถึงความรุนแรงของสื่อ จากการบริโภคความรุนแรงอย่างซ้ำซ้อน ว่าสุดท้ายมันจะก่อให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบและสะท้อนกลับเข้ามาทำร้ายเรา และคนรอบข้างรึไม่

ถ้าคุณเลือกข้อ D มากสุด
คุณเหมาะกับหนังเรื่อง In My Skin
http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=692
คุณคือใครก็ตามที่ถูกสังคมกดทับให้เป็นเพศหญิง ผู้เสียเปรียบทางเพศสภาพทางสังคม แต่คุณแกร่ง แกร่งที่จะยืนหยัด ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะเป็นการกลืนกินตัวเองอย่างลุ่มหลงเพื่อให้ไปสู่จุดหมาย ความสำเร็จที่ต้องการ In My Skin คือหนังที่เหมาะกับวันจิตไม่ว่าง สามารถใช้เป็นอาหารสมอง และยาหลอนประสาทจิตสั่นได้ในเวลาเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกจะดูมันเป็นหนังอาร์ท หรือหนังแหวะ

ถ้าคุณเลือกข้อ E มากสุด
คุณเหมาะกับหนังเรื่อง All Night Long O
http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=694
คุณมันหื่นจริงๆ... นี้เป็นหนังที่บำบัดความใคร่คุณให้พุ่งพรวดมากขึ้น คงไม่ต้องบรรยายกัน

ถ้าคุณเลือกข้อ F มากสุด
คุณเหมาะกับหนังเรื่อง Guinea Pig: The Devil’s Experimental
http://www.horrorclub.net/ForumDetails.aspx?ForumID=699
คุณเป็นคนชอบเรียนรู้ ค้นคว้า และทดลอง ทุกอย่างต้องลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้ได้ข้อมูลสดๆจริงๆ หนังที่เหมาะกับคุณคือความสดกรุ่นดิบเถื่อน ที่หลายคนหวาดกลัวเพราะนึกว่าเป็นของจริง Guinea Pig: The Devil’s Experimental

In The Father's Name - Jay Chou

posted on 12 Aug 2010 04:49 by aguileraanimato  in LyricTranslation, MUSIC

In The Father's Name

 

วันทามารีอา เปี่ยนด้วยหรรษทาน พระเจ้าสถิตกับท่านผู้มีบุญกว่าหญิงใดๆ

และพระเยซูโอรสของท่าน ทรงบุญนักหนา

สันตะมารีอา มารดาพระเจ้า โปรดภาวนาเพื่อเราคนบาป บัดนี้และเมื่อจะตาย

อาเมน

ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ

พระอาณาจักรจงมาถึง ขอให้ทุกสิ่งเป็นไปตามน้ำพระทัย ในแผ่นดินเ...หมือนในสวรรค์

อาเมน

กลางสายหมอกของยามอรุณรุ่ง
ละอองน้ำแทรกซึมสู่สูทของผม
ละอองหมอก ลอกโรย ลาดพื้นถนน
โปรยละเลียด ลาดผ่าน สู่เขตโบสถ์
ไร้ทีท่า ว่ามวลหมอก จะรอนหาย
ดั่งซ่อนร้าย เจตนาอำมหิต
ยินเสียงพ่อ ครวญคราง หาทางหนี
แว่วเสียงฝีเท้า คลืบเข้ามา เบาๆ...หยุด

พลันกระสุนก็ลั่นพัดผ่านพ่อ
โอ้! ว่านี้ ไม่ใช่คราจะร่ำไห้
ดูเอาไว้ วันนี้ วันที่ความอบอุ่นโผยพละไป

แม้รู้ว่า เรานั้น ต่างถูกตรวนด้วยกิเลส
แต่ใช่เหตุ ที่ต้องตัดสินกัน เช่นนั้นหรือ?
ใครเล่าที่ว่าถูก และใครเล่าสมควรตาย
คิดเท่าไร ก็ไม่อาจคลายความสงสัยได้

ปากพ่อปิด ไม่ไหวติง ทิ้งไว้เพียงเกียรติภูมิไว้เบื้องหลัง
คนเหล่านั้น พวกมันคือคนบาป
แม้สำนึกไป ก็ไร้สิ้นทางหลบหนี
จักถูกพิพากทัณฑ์ ในนามของพ่อ

จะหาคำใดเล่า พรรณนาความรู้สึกนี้
ดั่งรอยยิ้มที่ผลิบานกลางธารน้ำตา
สายตาจ้องจดสู่ความมืดนิจนิรันด์
ม่านโศกนาฏกรรมเริ่มเปิดฉาก
แผ่ขยายโอบกอดผมไว้ด้วยพิษร้าย

ศรีษะโค้งคำนับ จุมพิตมือ เข้าทักทาย
ณ ขณะการแลกเปลี่ยนสัญญา
ต่อทานกรุณาบาปในอดีต
ออแกนตัวเก่า ตั้งไว้ตรงมุมห้อง
ม่านสั่นพลิ้ว ลิ้วไล้ตามสายลม
อาทิตย์สาดแสง ส่องมาอย่างบางเบา
ทาบเงาเหล่าคนบาปที่ถูกสะกด
จากมนต์เพลงที่ผมเล่นบรรเลง

พลันความเหงา ก็เริ่มเย้ยหยันผม
แสนสับสน เมื่อเรียกระลึกถึง ภาพวันเก่า
ภาพวันใส ที่แสนบริสุทธิ์
มอดไหม้ในเปลวเพลิงที่ลิ้มเลีย
เพียงเถ้าความแค้นที่หลงเหลือมา
ราวกับวันที่อ่อนล้า เราต่างสวดภาวนา

โอ้ พระบิดา ผู้เปี่ยมด้วยจิตกรุณา
ลูกสูญเสียดวงตา มองเห็นบาปที่กระทำ
ขอพระองค์ จงอภัยแก่ความทะนงตนของลูก
ใครเล่าจะเข้าใจ
ใครกันจะรับรู้
ทนทรมาน เมื่อต้องต้านทาน
ความเหงาที่ถากไว้ ใต้เวิ้งสังคมหรูหรา
ทุกครั้งที่ลูกหลับตา ลูกเห็น วันคืนเก่า เฝ้าหลอกหลอน
มือพ่อผละออกไป ใต้ฟ้าครึ้มหมอก สู่ถนนสายนั้นที่เงียบสงัด

 

 

 



*ถ้าจำไม่ผิด เจย์บอกว่าเพลง+เอมวี นี้ได้แรงบันดาลใจจาก the godfather มา (แต่ไม่เคยดูอ่ะ)

*เพลงนี้เจย์คอมโพสอย่างเดียว ไม่ได้เขียนเนื้อจ้ะ

*ลองอ่านดู + วิดีโอเบื้องหลัง มันน่าจะประมาณว่าตัวละครในเพลง ถูกมาเฟียแก๊งค์อริฆ่าพ่อตัวเองตาย แล้วมันก็เอาเด็กคนนั้นไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม... / ฉะนั้นช่วงพารากราฟที่ 7 เลยเดาว่าเด็กคนนี้โตแล้ว และคิดจะขู่พวกตระกูลมาเฟียที่เลี้ยงตัวเองมา ว่ารู้ถึงความลับในอดีต...