2008 Neangful: ALBUMS

posted on 22 Oct 2009 00:36 by aguileraanimato  in MUSIC

ผ่านปี 2008 มาจน 2009 กำลังจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว

แต่ก็คงไม่สาย ถ้าจะแลเหลียวกลับไปยัง สิ่งต่างๆที่โสตประสาทเคยเสพ

เอนทรี่นี้เราขอพูดถึงอัลบั้มทั้งหมดที่ได้ฟังในปีที่ผ่านมาแล้วกัน

นับเฉพาะอัลบั้มที่ได้ฟัง(ตั้งแต่ต้นจนจบ)ครั้งแรกภายในปีนี้ ไม่นับพวกที่หยิบมาฟังซ้ำๆ

เริ่มเปิดเปลือย index ก่อน

 

A Day Without Rain – Enya (2000)

อาณิสงฆ์จากความดังของหนังมหากาพย์ Lord of the Ring ภาคแรก ทำให้ชื่อของ enya เป็นที่รู้จักในหมู่คนฟังเพลงกระแสหลัก และมีส่วนผลักดันให้อัลบั้มนี้ที่ออกก่อนหนังฉายปีนึง กลับมาเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม กอปรกับซิงเกิ้ล only time ถูกสื่อนำมาเปิดปลอมประโลมหัวใจอันโศกเศร้า ของชาวอเมริกันในเหตุการณ์ 9/11... ก็ยิ่งทำให้อัลบั้มนี้ขายดีถึงขั้นสุดๆ - - โดยส่วนตัวแล้ว เราว่าเอนย่า อัลบั้มไหนๆก็ฟังเหมือนกันหมดแหละ เพราะโครงสร้างของเพลงมันแข็งและบีบให้ดิ้นได้ยาก เนื่องจากมีเอกลักษณ์ในตัวมันค่อนข้างชัด 


Back Again…No Matter What – Boyzone (2008)
    โคตรรักเพลง ALL THAT I NEED เพลงรักเว้าซื่อๆ แต่โดนใจ ชอบเมโลดี้เพลงนี้มากง่ายๆแต่ติดหูจนแกะไม่ออก / A Different Beat อลังการในส่วนผสมของนิวเอจ+เวิลด์ มิวสิค อย่างพอเหมาะพอเจาะ ไม่อยากเชื่อว่าบอยแบนด์เปื่อยๆ จะทำเพลงน่าขนลุกแบบนี้ ฟังตอนแรกนึกว่าเพลงประกอบงานโอลิมปิค / Love Me for a Reason ชอบขึ้นหิ้งไปแล้ว.... เพลงที่ไม่ชอบคือ เบทเทอร์ งานคัฟเวอร์จาก Tom Baxter มากๆๆๆ อย่า อย่าให้เส้นบางที่กั้นคอกระหว่าง Boyzone และ Westlife ขาดจนไหลไปรวมกัน... แล้วเพลง Can’t Stop Thinking About You นิ ไปเอาเพลงวงหมูหวานมาร้องป่ะเนี้ย โปรแกรมมิ่งแด๊ะแด๋มากๆๆ ไม่ชอบ


Bittersweet World - Ashlee Simpson (2008)

   ชอบเพลง Little Miss Obsessive
Discipline – Janet Jackson (2008)
   ก็ ดีนะป้า แต่หนูฮา+ปวดตับ กับอินเตอร์ลุดป้าจริงๆ แค่พ่นคำรวมเป็นวลีก็ตัดเป็น อินเทอร์ลูดได้แหละ ตกลงคือป้าแค่อยากจดสถิติว่าเป็นนักร้องที่ทำอินเตอร์ลูดสั้นที่สุดในโลกใช่ ไหมเนี้ย....เพลงอื่นก็ดีนะ แก่แล้วอย่าหมกหมุ่นเรื่อง sex มากล่ะ
E = MC2 – Mariah Carey (2008)
   ชื่ออัลบั้มคือส่วนที่ดีที่สุดของงานนี้

Enjoy Yourself - Kylie Minogue (1989)

Flavor Of Entanglement - Alanis Morrisette (2008)
   อุตส่าห์ ได้โพรดิวเซอร์ที่แอบปลื้มอย่าง กาย ซิกกะว๊อย มาช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างเดิมๆ แต่เอออ มันไม่โดนเลยเจ๊....เข้าใจว่าเจ๊ซอฟโตะ แต่มันไม่มีไรตื่นเต้นเลยยยยยย แต่ถ้าฟังแบบหวังน้อยๆ ว่าเป็นงานพ๊อพร๊อคของมิเชลว์ แบรนด์ ก็พอฟังได้อยู่....ชอบเพลง "เป็นเหี้ยไรย่ะอยู่ๆก็หัวเราะขึ้นมา" กับ "สดุดีผัวอันประเสริฐ"

Funhouse - P!NK (2008)
ฟังได้เรื่อยๆ เพลงนุ่มนวลขึ้น ดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น


Guilty – Ayumi Hamasaki (2008)
   กะอีแค่อินเตอร์ลูดยังก๊อปมาเลย จะหวังอะไรกับเพลงที่เหลือ....ชอบเพลง my all

Hear I Stand – Usher (2008)
   น่าเบื่อ

In Rainbow - Radiohead (2007)
Jennifer Hidson - Jennifer Hudson (2008)
                                                                    

ชอบเพลง My Heart ฮิเฮาะห์บนเสียงกรับ


Keep Getting’ Better ~a decade of hits~ - Christina Aguilera(2008)  

         มีแทร๊คใหม่ 4 เพลง 2 ในนั้นเป็นการนำเพลงเก่ามามิกซ์เป็นเวอร์ชั่นใหม่ เป็นรวมฮิตที่ไม่ค่อยน่าซื้อเท่าไรนะ... จริงๆคริสทิน่า ออกสตูดิโอ อัลบั้มมา 3 ชุด จำนวนซิงเกิ้ลก็ไม่มากพอจะทำรวมฮิตหรอก แต่ถ้านับเพลงพิเศษที่เธอไปแจมกับชาวบ้านก็เยอะพอที่จะนำมาใส่... แต่เธอก็ไม่ใส่ แถมยังตัดเพลงตัวเองที่น่าใส่ออกไปอีก... งงกับอีนี้จริงๆ

Kingdom – Koda Kumi (2008)
Kylie - Kylie Minogue (1988)
Little Voice - Sara Bareilles (2007)


My December – Kelly Clarkson (2007)
   ชอบหลายเพลงอยู่ แต่จำไม่ได้ว่าเพลงไหนเป็นเพลงไหน ไม่ชอบเพลงที่มีกีต้าร์ดิบๆใส่มาให้ปวดใจ อย่าง ฮอนเต็ด

Once ost. - Various Artists (2007)
Pablo Honey – Radiohead (1993)


Profondo Rosso ost. – Goblin (1975)
   เพลงธีมสุดยอด จอนห์ คาร์เพนเทอร์ บอกว่า เพลงธีมเรื่อง halloween ก็ได้แรงบันดาลใจจากธีมหนังเรื่องนี้ อีกแทร๊คนึงที่น่าสนใจคือ เพลงธีมนางเอกเป็นแจ๊ซนุ่มๆ แอบสวิงนิดๆ เจ๋ง

Rainism – Rain (2008)
   ไม่มีเพลงสวาทๆแบบ อิซท์ ร่านนิ่ง ไม่มีเพลงเพราะน่าสนใจแบบ I do อัลบั้มนี้จะเหลือไรให้ฟัง

Rockabye Baby Lullaby Renditions Of Radiohead - Rockabye Baby (2007)
โปรเจคเก๋ๆ เมื่อค่ายเพลงอินดี้นำเพลงของวง Radiohead มาคะฟเวอร์แต่ทำนองให้ออกมาเป็นดนตรีกล่อมเด็ก ฟังเพลินๆๆ ถ้ามีลูกแล้วเปิดให้ฟัง ลูกจะโตเป็นอัจฉริยะแบบพ่อธอม ยอร์ค ไหมนะ

Telegram - Bjork (1996)
   แล้ว แต่หูคนแหละ เผอิญไม่ถนัดเพลงมิกซ์เลยไม่รู้ว่าอันไหนดีไม่ดี รู้แต่ชอบ กับไม่ชอบพอ....เราชอบ Hyper Ballad เวอร์ชั่นวงควอเต็ด เครื่องสายช่วยทำให้เพลงนี้ higher ขึ้นมาก กับ you’ve been flirting again (flirt is a promise) คล้ายๆของเดิม แต่หลอนวังเวงกว่าเดิมหน่อย...สรุปชอบแทร๊คที่มันไม่ทำเป็นเพลงเต้นรำนั้น แหละ

Tenebre ost. – Goblin (1982)
   เพลงธีมสุดยอดดดดดดดดดดดด กรี๊ด เพลงธีมหนังฆาตกรรม บรรเลงด้วยคีย์บวดร์ และซินธ์ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ฆาตกรรมหฤหรรย์

The Bend - Radiohead (1995)

The Fame – Lady Gaga (2008)
นังก้า หล่อนไม่ได้ออกงานยุคคาซเซตท์ครองเมืองนะ ไม่ต้องทำเพลงแบ่งคุณภาพหน้าเอ หน้าบี ก็ได้ ฉันเบื่อเพลงท้ายๆอัลบั้มมาก ยังกะฟังเพลงคนละอัลบั้ม

We Started Nothing – The Ting Ting (2008)
   วงนี้อนาคตไกลแน่นอน ชอบๆๆๆๆ ดูเป็นงานแดนซ์สร้างสรรค์บ้านๆ น่ารักดี ชอบเพลง we walk เป็นพิเศษ

 

 

และต่อไปนี้คือ 10 อัลบั้มโปรดของเราประจำปี 2008

MY FAVOEREeeeEST'S ALBUMS OF 2008

 


10. Memories of Matsuko – Various Artists (2006)
   อัลบั้มซาวแทร๊คประกอบภาพยนตร์ขวัญใจใครหลายๆคน ว่าด้วยชีวประวัติของมัตซึโกะ ครูสาวที่ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยเรื่องราวสุข-เศร้า คละเคล้ากันไป หนังนำเสนอในรูปแบบละครเพลงที่จบลงอย่างโศกนาฏกรรม ภายใต้การเคลือบสีสวยสดแสบดั่งลูกกวาด ที่ข้างในซุกซ่อนความเศร้าแต่อบอุ่นเอาไว้... เพลงประกอบเรื่องนี้เลยหลากหลายมากๆ มีทั้งดนตรีบรรเลงแบบmusical เรื่อยไปถึงเพลงแจ๊ซทั้งสมูธ และสวิง และเพื่อให้ครบรสชาติสมัยนิยมให้สุดๆก็เลยมีเพลง j-pop, j-urban เข้ามาผสม แต่ฟังรวมแล้วกลับเข้ากันได้อย่างน่าสนุกสนาน ม่แปลกใจเลยที่ใครๆดูหนังเรื่องนี้แล้วก็ตามหาซาวแทร๊คกันจ้าละหวั่น ก็มันเก๋เกิดในความทรงจำที่เรามีต่อมัตซึโกะสุดที่รักนั้นเอง

 


09. Phenomena ost. – Goblin (1985)
   หนัง Dario Argento จะไม่ทรงพลังเท่านี้เลย ถ้าขาดเพลงอันอุอาจของวง Goblin จริงๆซาวแทร๊คมันมีสองแบบคือตัวหลักที่เป็น various artists รวมวงร๊อกมาประโคมประขัน กับอันนี้ที่เราฟัง เป็นรวมซาวแทร๊คเฉพาะที่วง Goblin ทำ..... 5 แทร๊คหลักอันประกอบไปด้วย ธีมภาพยนตร์ ที่เป็นโอเปร่าร๊อค หรูหรา เข้ากับบรรยากาศของหนังที่เป็นงานฆาตกรรมวิลิศมาหราเหนือธรรมชาติ.......เพลงธีมนางเอก เพลงธีมเพื่อนนางเอก The Wind สกอร์ที่ใช้ประกอบหวนยามลมพัด ที่จะพัดพาสติความมั่นคงให้กระเจิงไปกับความหลอนในภวังค์  และแทร๊คโปรดคือ Sleepwalking สกอร์ที่เปิดในฉากเดินละเมอที่เป็นอิเลคทรอนิกศ์แอมเบี้ยนท์หนึ๊บๆตื๊ดๆ เหมาะที่จะเอาไปเดินแบบแถวบ้านร้าง ลมพัดโบยสไบตอนดึกๆ

 


08. Capricorn – Jay Chou (2008)
   พอ รู้ว่าอัลบั้มตัวเองหลุดก่อนกำหนด เจ้าตัวก็แก้เกมส์ด้วยการออกมาปล่อยข่าวว่า เพลงที่หลุดไปเป็นแค่เดโมที่ทำไม่เสร็จ ที่เห็นเป็นชื่อเพลงนั้น ก็แค่ชื่อปลอมที่ตั้งไว้เล่นๆ….แต่ใครมันจะเชื่อ เพราะถ้าเดโมทำได้ระดับนั้นแล้ว เพลงของจริงนิคงจ้างคนธรรพ์ชั้นดาวดึงส์มามิกซ์ให้เลยมั้ง.....สุดท้ายพอ ความจริงเฉลย ตาเจย์ก็ทำใบ้บื้อด้วยการแก้ชื่อเพลงใหม่หมด ให้เห็นว่า “นี้ไงเพลงใหม่” ที่ฟังไปมันคนละเพลงที่ไม่เสร็จ....กรรม มันยิ่งตอกย้ำไปอีกว่า เพลงเจย์ มันไร้รูปทรงขนาดนั้นเชียวเหรอ เนื้อเพลงไม่มีธีมแก่นเลย คิดจะแก้ชื่อเป็นยังไงๆก็ได้ ใครจะคิดยังไงเราไม่รู้ แต่เราว่าชื่อเพลงมีความสำคัญนะ ไม่ใช่ว่าคิดจะมามั่วๆยังไงก็ได้ มันเป็นตัวสรุปแก่นของเพลงเลยนะ (แล้วที่ตาเจย์ตั้ง ความหมายเดิมกับอันใหม่ ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยยยยย)...เห็นบ่นๆอย่างงี้ แต่ที่อยู่กันมาได้ เพราะความรัก ความเข้าใจที่คอยเติมเต็มให้กันมาตลอด 6 ปี ถึงเพลงจะไม่สดใหม่ แต่ทุกอัลบั้มก็มักจะมีเซอร์ไพร์สน่าสนใจแพลมๆมา เช่น อัลบั้มนี้ แทร๊คแรก Dragon Rider เป็นเพลงร๊อคสำเนียงแร๊ป เฟี้ยวฟ้าวที่ดนตรีเท่จนน่าจะเอาไปประกอบหนังดราก้อนบอลได้เลย Give Me A Time Just One Song เทมโพวสมูธกับจังหวะการร้องที่พลิ้วละเมียด แบบที่ได้ยินล่าสุดเมื่อตอนออกอัลบั้มปี 2003... Fragrent Rice เพลงข้าวหอมอโรม่า ที่กลิ่นคันทรีย์โชยกระจาย ฟังแล้วหนุ่มสาวโรงงานคงอยากตีตั๋วกลับบ้านนอกกันใหญ่

 


07. Pocketful of Sunshine – Natasha Bedingfield (2008)
   คุณภาพ อาจไม่ดีเลิศให้พูดถึงมาก แต่เพลงตั้งแต่ Put Your Arms Around Me – Angel นี้เพลงโปรดเราหมดเลยนะ....ใครอยากเห็นนังพริ้ง โหมดซอฟโตะ และมองโลกในแง่ดี หันมาฟังอัลบั้มนี้ซิ... นี้คืออัลบั้มที่จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น สบายเหมือนใส่โมเดสสปิริตวิ่งเล่นในทุ่งปอกระเจา

 


06. Hard Candy – Madonna (2008)
   ผลงานเพลงของมาดอนน่ามักจะมีความเชื่อมโยงกับบริบททางสังคมมาโดยตลอด ทั้งทางศาสนา การเมือง ปัญหาสังคม หรือแม้แต่วงการบันเทิง....สำหรับอัลบั้มนี้อาจจะดูเหมือนงานสั่งลาเผาถวาย วอนเนอร์ ด้วยคอนเซปต์อัลบั้มที่ลักลั่น อาร์ทเวิร์ทที่ไม่ลงทุน เอมวีที่ประดักประเดิก.....จะมีอะไรน่าสนใจอีกเหรอที่เราควรหันมาสนใจอีป้า นางนี้....คำตอบสำหรับเราคือ มันเป็นอัลบั้มที่เชื่อมโยงกับวิกฤติภาวะเอมพีสามครองเมือง ยอดซีดีตก ขาดทุนทางกำไร.....อัลบั้มนี้จะต้องการจะสื่ออะไรไปกว่า บทบันทึกการเอาตัวรอดของหญิงชราหย่าผัว ที่รู้จักทรงตัวท่ามกลางเศรษฐกิจ และบารมีที่เรียกคืนจากมาตุภูมิ  ให้เห็นไปว่า ถ้าฉันจะขายเพลงแบบmass จริงๆ ฉันก็ทำได้อยู่แล้ว เพราะเพลงระดับนี้มันกระจอกสำหรับประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาจริงๆ นี้แหละ Hard Candy ของจริง แก่หนังเหนียว ไม่ยอมถูกเคี้ยวง่ายๆ... 4 minutes สี่นาที ชะนีกู้โลกยอมรับเถอะว่าเพลงฉิ่งฉาบแบบนี้แหละ ที่เอาแข้งขาทุกคนขยับแทบไม่ไหว Give It 2 Me เซิ้งม่วนอีหลี่... Mile Away โครงสร้างแบบเพลงใน American Life กีต้าร์อะคูสติกจับมิกซ์บิดๆหน่อย เกิด...

 


05. …baby one more time – Britney Spears (1999)
   อัลบั้ม แจ้งเกิด ชนิดที่สั่งล่วงหน้าไปอีก 10 ปีก็ต้องเกิด มีเพลงที่เราชอบปะปนกับเพลงงั้นๆ สัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง แต่อาณุภาพเพลงโปรดมันแรงกลบ - - Born to Make You Happy ไง Sometimes ก็ด้วย From The Bottom of My Broken Heart เศร้าสวยสิวสาว ...........อีกเพลงที่เราชอบ แต่มันไม่ดังคือ E Mail My Heart ถ้าเทียบกับติ๊น่าอัลบั้มแรกก็ blessed เลย......ถึงเพลงหนูหอกจะเศร้าเหงากว่า แต่ดนตรีสวยได้ใจ อีกเพลงที่ไม่ดังชอบก็ I Will Be There ฟ้าแจ่ม นรีกระจ่าง.....

 


04. Spirit (deluxe version) – Leona Lewis (2008)
   นอกเหนือจากซิงเกิ้ลที่ตัดๆแล้ว ทั้ง Bleeding Love, Better in Time, I Will Be, Run ชอบเพลง Whatever it takes มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก จั๊ด จะดัด จันทร์เจ้าขา....................ลีโอน่าเสียงหวานใส ไพเราะ บางเพลงน่าเบื่อๆ แต่พอเธอร้องแล้วต้องฟังต่อจนจบ เธอเป็นขวัญใจคนใหม่ของเราจริงๆ.....กูรูเพลงบอกว่าเธอนี้แหละคือ มารายส์คนต่อไป อันนี้เราไม่แน่ใจเพราะไม่เชี่ยวชาญเรื่องเสียง แต่ถ้าประเมินจากแอ๊คติ้งเธอในเอมวี ขอบอกเลยว่า เค้าลางนางผีเสื้อสมุทรมันเข้าสิงสู่เธอทีละนิดแล้ว น่ากลัวมากกๆๆๆๆๆๆ สังเกตดีๆ มันแอ๊บความแรดในตัวมันอยู่

 


03. Viva La Vida or Death and All His Friends – Coldplay (2008)
   เห็นเค้าบอกว่าสามอัลบั้มก่อนเป็นโศกนาฏกรรมไตรภาคที่สิ้นสุดไปแล้ว แต่เราว่าอัลบั้มนี้ก็ยังหดหู่อยู่ดีนะแหละ ....นี้เป็นครั้งแรกที่เราฟังอัลบั้มเต็มๆของวงนี้ ... ดนตรีสวยจัดสวยจริง แช่มช้อย ร้อยเรียง จะฟังเอาเนื้อหา ตีความ ประวัติศาสตร์ศิลป์ และการเมือง หรือจะฟังเอาแค่ความไพเราะเพียวๆก็ได้




02. Heart Station – Utada Hikaru (2008)
   Beautifooooooooon Wearrrrrrrn อยู่ในชาร์ทเพลงส่วนตัวเรามา 93 สัปดาห์แล้ว...แค่เพลงนี้เพลงเดียวก็มีอำนาจเด็ดขาดพอจะไต่เข้ามาอยู่ใน ท๊อปทรีอย่างชอบธรรม แต่เพื่อกันครหา เรายังมี Fight The Blues / Stay Gold / Kiss & Cry / Heart Station / Celebrate ไว้กันท่าอีกด้วย ว่าอัลบั้มนี้ชอบจริงชอบจัง ถึงอารมณ์ต่อเนื่องของความพีคจะไม่สุดขั้น แต่ก็รักษาความเริงใจได้ตลอดเวลา






01. LOVEppears – Ayumi Hamasaki (1999)
      อัลบั้ม เพลงพ๊อพแดนซ์ โปรแกรมมิ่งแก่นเซี้ยว สดชื่น กระปรี่กระเป่าสุดๆ ทุกเพลงในอัลบั้มคือความทรงจำอันสดชื่นของดนตรียูโรบีทเก๋แรด เสียจนเราแอบคิดว่าสมเกียรติ อริยชัยพาณิชย์ จะหยิบอัลบั้มนี้มาฟังตอนหาแรงบันดาลใจระหว่างสร้างงานเพลงในค่ายโดโจซิตี้ บ้างไหม นี้คืองานดนตรีที่สนุกล้ำ ก่อนที่ปี 2000 จะมาเยือนและพรากยุโรบีทไป.....ถึงผลงานต่อจากนี้ไปของเธอจะบรรลุนิติภาวะทางดนตรีมากขึ้น แต่เราก็อดเสียดายเพลงสนุกๆแบบนี้อยู่ไม่น้อย
   Immature (ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) เป็นแทร๊คโปรดของเรา ที่มีดนตรีสังเคราะห์ช่วงเชื่อมฮุค ซาบซ่า วี้หวูดมากๆ อายูมิแทนตัวเองเป็นแกนนำเยาวชน ที่ร่ำร้องถึงความผิดหวังเมื่อฝันไม่มีวันเป็นจริง และสุดท้ายเธอก็กล่าวว่า“เราต่างรู้ดีว่าอนาคตไม่มีทางสมบูรณ์แบบ แต่จะเป็นไรไป เมื่อเรายังมีฝันเพื่อวันข้างหน้าที่แสนสุข”
   To Be เพลงช้าในอัลบั้มที่ท่วงทำนองเอื่อย ฝานโปรแกรมมิ่งเฉื่อยๆ แต่กลับติดหูอย่างแปลกประหลาด  ทุกคนมีความฝัน และมักถูกค่อนแคะว่าไร้สาระ อนาคตที่ไม่มีใครชี้ชัดได้ เป็นคำถามที่ไร้คำตอบ แต่เพลงกลับสรุปง่ายๆหัวใจเด็ก “ทุกอย่างมันมีดีของมันอยู่แล้ว” เราชอบเอมวีเพลงนี้มากๆด้วย เป็นภาพภายในกล้อง kaleidoscope ที่ทำให้ภาพออกมาช้ำสีซ้ำลวดลายชวนวิงเวียน แต่กลับเข้ากันได้ดีเนื้อหาสะท้อนถึงมุมมองที่เด็กมีต่ออนาคต….
   LOVEppears เป็นก้าวกระโดดของจังหวะชีวิต จากนักร้องปลายแถว สู่ตำแหน่งซูเปอร์สตาร์ การท้าชิงบัลลังก์จากราชินีJ-Popที่กำลังเปลี่ยนมือ การก้าวสู่ฐานะ trend setter คนใหม่ของอุตสาหกรรมดนตรี และแฟชั่น …นี้เป็นเรื่องกดดัน ที่แปรเป็นปัญหาร้อยแปดทั่วไปของวัยรุ่นได้ด้วยคำถามร่วมคือ “วันพรุ่งนี้ฉันจะเป็นอย่างไร” .....อัลบั้มนี้อาจไม่มีคำตอบชี้ชัดให้คุณ แต่มีกำลังใจและประสบการณ์ที่ร่วมแบ่งปันนั้นเพราะ “ถ้าเป็นเรา เราจะไขว่คว้าหาอนาคตที่สดใสมาให้ได้ ใช่ไหม?” ท่อนนึงของเพลง Boys & Girls กล่าวไว้

 

 

edit @ 22 Oct 2009 02:02:12 by AguileraAnimato

edit @ 22 Oct 2009 02:05:11 by AguileraAnimato

edit @ 22 Oct 2009 19:43:21 by AguileraAnimato

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


อืมฟังเพลงเยอะแฮะ ผมฟังบ้าง ไม่ค่อยบ่อย ไม่ค่อยเต็มอัลบั้มนัก
big smile

#1 By Mr.Cap on 2009-10-22 08:26

ฟังเยอะวะ ภาษายังเหมือนเดิมนะ ฮา

#2 By Pui (61.90.32.18) on 2009-10-22 16:04

หลากหลายแน้ว หลายแนว :D
ที่อ่านมาข้างบนแทบไม่รู้จักเลย ฟังเพลงน้อยแต่เพลง pop ชนะเลิศ
ไว้จะลองหา Ayumi Hamasaki มาลองฟัง

#3 By (124.122.64.111) on 2009-10-28 04:15

log in หลุดแป่วsad smile
แอดไปละนะ

#4 By bong บงๆ on 2009-10-28 04:21